อาทิตย์ใบลานที่โรม
พลังแห่งความรักของพระเจ้าในการสิ้นพระชนม์ของพระบุตร
เมื่อ 16 มีนาคม 2008
อาทิตย์ใบลานที่โรม: พลังแห่งความรักของพระเจ้าในการสิ้นพระชนม์ของพระบุตร
เมื่อช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงเป็นประธานในพิธีเสกและแห่ใบลาน ก่อนจะตามด้วยพิธีมิสซาเริ่มต้นอาทิตย์พระมหาทรมานของพระเยซูเจ้า
โดยพิธีดังกล่าว จัดขึ้น ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญโตร วาติกัน ท่ามกลางสัตบุรุษที่มาร่วมพิธีกว่า 70,000 คน
ความพิเศษของมิสซานี้ ดูเหมือนจะอยู่ที่การขับร้องบทพระมหาทรมานที่ไพเราะชวนศรัทธาประหนึ่งร่วมอยู่ในเหตุการณ์ นอกนั้นยังเป็นวันเยาวชนโลกซึ่งผู้สถาปนาก็คือสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 เมื่อปี ค.ศ.1983 และจะมีการจัดงานเยาวชนโลกขึ้นระหว่างวันที่ 15-20 กรกฎาคม 2008 ที่เมืองซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย
ใจความสำคัญของบทเทศน์ประจำมิสซา พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ทรงย้ำเรื่องพลังของพระเจ้าซึ่งก็คือพลังแห่งความรักที่ปรากฏอยู่ในการสิ้นพระชนม์ของพระบุตร พระองค์ทรงเน้นว่า พระเยซูคริสต์ไม่ได้เสด็จมาในฐานะผู้ตัดสินลงโทษ แต่พระองค์มาในฐานะผู้ช่วยโลกให้รอดพ้นด้วยความรักอย่างแท้จริง
พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นบทเทศน์ว่า "ในพระธรรมเก่า พระวิหารคือที่ประทับของพระเจ้าผู้ทรงสร้างสวรรค์และโลกมนุษย์ ดังนั้น มนุษย์จะสามารถสัมผัสและนมัสการพระเจ้าได้แต่ในพระวิหารเท่านั้น"
"แต่หลังการเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม พระเยซูได้ไปที่พระวิหาร สถานที่พระองค์เรียกว่าซ่องโจร(มธ. 21:13)
แทนที่พระวิหารจะเป็นบ้านแห่งการอฐิษฐานภาวนา พวกคนเหล่านั้น กลับทำให้เป็นสถานที่ค้าขายต้องมลทิน และอย่างที่เราทราบกัน มนุษย์ทุกคนมีบาปกำเนิดติดตัวมาตั้งแต่สมัยอาดัม ด้วยเหตุนี้เอง พระเยซูจึงเสด็จลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อเป็นผู้ช่วยโลกให้รอดพ้นจากบาป พระเยซูทรงมอบชีวิตของพระองค์เองเพื่อเป็นสะพานแห่งการคืนดีระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์"
"ในองค์พระเยซูคริสต์ ความรักของพระเจ้าได้รับการถ่ายทอดมาสู่มนุษย์อีกครั้ง พระเยซูทรงเป็นพระวิหารแห่งใหม่ที่ทรงชีวิต พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนและกลับเป็นขึ้นมาจากความตาย ดังนั้น ขอให้เรากล้าติดตามพระเยซู ผู้เป็นพระวิหารใหม่และเปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ การที่เราจะพบกับพระวิหารใหม่นั้น เราต้องใช้หัวใจมองเท่านั้น กล่าวคือ เราต้องมีหัวใจแบบเด็กๆ หัวใจที่ปราศจากอคติและการเสแสร้งทั้งมวล" พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย
หลังพิธีมิสซา พระสันตะปาปาทรงนำสัตบุรุษร่วมกันสวดภาวนาเทวทูตถือสาร โดยพระองค์ทรงกล่าวสดุดี พระอัครสังฆราชเปาลุส ฟาราจ์ ราห์โฮ ซึ่งเสียชีวิตหลังจากถูกคนร้ายลักพาตัวไป พร้อมกันนี้ ทรงเรียกร้องให้ความรุนแรงในอิรักยุติลงเสียที
พระองค์ ตรัสว่า "ชีวิตของพระคุณเจ้าราห์โฮคือการเป็นพยานยืนยันอย่างสวยงามของพระคริสตเจ้า ทั้งที่ความเป็นอยู่ของท่านตกอยู่ท่ามกลางความรุนแรงอย่างถึงที่สุด"
"มันเป็นเวลานาน 5 ปีแล้วที่ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอิรักได้เปลี่ยนแปลงไปแบบเลวร้ายที่สุด ฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหันหน้าเข้าหากัน เราต้องให้อภัยกัน พ่อขอให้ทุกคนสร้างสันติและความยุติธรรมให้เกิดกับดินแดนแห่งนี้เสียที" พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย จากนั้นได้ประทับรถยนต์ทักทายสัตบุรุษรอบลานมหาวิหารนักบุญเปโตร









































